หลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
Posted in พระเครื่อง on มิถุนายน 2, 2008 by amuletหลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
มหาเมตตา วิชาเข้มขลัง พลังศักดิ์สิทธิ์ บุญฤทธิ์บารมี
หลวงปู่บุญ โสภโณ อายุ 78 ปี 57 พรรษา ( นับเมื่อปี 2551) เป็นพระเกจิแห่งยุคอีกองค์หนึ่งที่มีวัตรปฏิบัติ งดงาม มีจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ มีสมาธิจิตใจอันแน่วแน่เด็ดเดี่ยวมั่นคง มีบุญญาบารมีอันกว้างไกลไม่มีประมาณ ตั้งแต่พื้นราบฝั่งตะวันออกจรดภูสูงป่าดอยขุนเขาทางภาคเหนือที่ท่านรับอุปการะเด็กน้อยผู้ด้อยโอกาสชาวไทยภูเขา ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาไปแล้วว่าสองพันราย สร้างบุคคลกรให้แก่พระพุทธศาสนา ทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ ทั้งพระภิกษุและสามเณรหลายร้อยรูป
นี่คือประจักษ์พยานที่เป็น”รูปธรรมสัมผัสได้” แห่งจิตอันเป็นบุญเป็นกุศลของหลวงปู่บุญ โสภโณ ประกอบกับองค์ความรู้จากการเล่าเรียนวิทยาคมกับพระเกจิอาจารย์ดังในอดีต
หลวงปู่บุญ โสภโณ บวชตั้งแต่อายุ 20 กับหลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม เป็นอุปปัชฌาจารย์ (หลวงพ่อห่อ พระหมอต่อกระดูกเป็นพระคู่สวด ) หลวงปู่บุญยังธุดงค์ไปเรียนวิชากับครูอาจารย์อีกหลายท่าน อาทิ หลวงปู่เส็ง วัดประจันตคาม ผู้สร้างเหรียญโภคทรัพย์ นางกวักโด่งดังที่สุด
หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่านศิษย์สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท
หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน ผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์กล่าวกับพระอาจารย์บุญว่า “ ดีจังฮู้ …ขลังเหม็ด” หมายถึง “ ดีจัง… เสกอะไรขลังหมด ”
หลวงพ่อคง วัดวังสรรรส ได้วิชาเสือสมิงมหาอำนาจมา
ขุนนครเขต ท่านขุนมีนิวาสสถานอยู่เกาะสีชัง มีเมีย 150 คน ท่านมีวิชาอาคมมหาเสน่ห์ พอตายแล้วเมียเอาผงมหาเสน่ห์ทิ้งน้ำหมด ปู่บุญได้ตำราวิชาจากท่านขุนมาองค์เดียว
หลวงปู่เคยไปอยู่วัดระฆังไปพักอยู่กับกับหลวงปู่นาค วัดระฆังไปเรียนวิชากับหลวงปู่หิน ติดขัดอะไรก็กราบถามหลวงปู่นาค ครั้งนั้นได้ทั้งพระและผงสมเด็จวัดระฆัง และสูตรการลบผงพุทธคุณตำหรับสมเด็จโต
สมัยเจ้าคุณจรัญ วัดอินทร ฯ เป็นสามเณรได้ผงหลวงปู่แก้วมาค่อนบาตร พอหลวงปู่บุญมาอยู่กับ หลวงพ่อบ๋วย วัดเครือวัลย์ท่านได้มอบตำลาหลวงปู่แก้วให้และผงหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ที่เจ้าคุณจรัญมอบให้มาเกือบครึ่งบาตร
พระอาจารย์อีกองค์คือ หลวงปู่ เปี่ยม อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียงศิษย์ในสายหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา
วิชาที่หลวงปู่บุญ โสภโณ เรียนมาจากพระคณาจารย์แต่ละองค์ ท่านล้วนเป็นผู้ทรงวิทยาคุณ
นอกจากหลวงปู่บุญท่านมีวิชาครูบาอาจารย์ดีแล้ว ท่านยังมีเมตตามากที่สุดด้วย

ช่วงปี 2229-2530 ท่านจาริกธุดงค์ไปทางภาคเหนือ บนดอยแถวสูงอาทิ ดอยปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นท้องถิ่นทุรกันดาร ชาวเขาอยู่กันแบบตามมีตามเกิด เด็กชาวเขาขาดโอกาสทางการศึกษา อยู่อย่างอดยากยากจน ลำบาก ไม่มีอนาคต
ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา ได้ได้เห็นภาพทุกเวทนาของผู้ยากไร้ ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ ถูกสังคมทอดทิ้ง พูดเขียนอ่านภาษาไทยไม่ได้ ชาวเขาสมัยนั้นนับถือผี ยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนา หลวงปู่บุญท่านได้ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้รู้จักสวดมนต์ ไหว้พระ รู้จักการเรียนเขียนอ่านภาษาไทย ให้การสงเคราะห์เครื่องอุปโภคบริโภค
ชาวเขาศรัทธาท่านในฐานะพระผู้เมตตา เป็นผู้ให้การช่วยเหลือ เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่ชีวิต ชาวเขาก็เข้ามานับถือพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น เด็กผู้ชายก็มาขอบวชเป็นสามเณร ท่านได้นำเด็กชาวเขามาอุปการะเลี้ยงดูให้เรียนหนังสือที่วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จากเด็กชาวเขาจำนวนสิบ เพิ่มเป็นจำนวนร้อย และหลาย ๆ ร้อยคน
ท่านได้ตั้งโรงเรียนพระปริยติธรรมและทุนนิธิฯที่วัดทุ่งเหียงเพื่ออุปการะเลี้ยงเด็กชาวเขาเหล่านี้ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมาท่านสร้างโอกาสให้กับเด็กผู้ยากไร้ ให้มีการศึกษา มีอนาคต สำเร็จการศึกษาระดับเบื้องต้น ระดับอาชีวะ จนถึงระดับอุดมศึกษาประมาณ 2,000 กว่าราย โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทน ท่านเลี้ยงเหมือนลูกเหมือนหลาน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นคนดีของสังคม เป็นบุคลากรที่อุดมของประเทศชาติ
ปัจจุบันมีเด็กอยู่ในความดูแลหลวงปู่บุญ ร่วม 300 คน มีสามเณรอีก 80 รูป รายจ่ายค่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เครื่องเขียนแบบเรียน หลวงปู่รับภาระทั้งหมด

หลวงปู่บุญ โสภโณท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมาก (นับว่าสุดยอดกับพระผู้ชราวัยใกล้ 80 ปี) เพื่อเลี้ยงเด็กเหล่านั้นด้วยเมตตา หลวงปู่กล่าวว่า……อีกไม่นานท่านก็ตายแล้วความดีต้องรีบทำ ท่านยอมอดดีกว่าให้เด็ก ๆ เหล่านั้นอด
ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นจิตที่ดำเนินแบบพระโพธิสัตว์ที่ทรงเมตตาบารมีหาที่สุดมิได้ไม่มีประมาณ ด้วยกุศลเจตนาและบุญกริยานี้คงเป็นแรงส่งเสริมอันหนึ่งที่ทำให้วัตถุมงคลของหลวงปู่เข้มขลังด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ บุญฤทธิ์บารมี
กุศลผลบุญทานบารมีที่หลวงปู่บุญบำเพ็ญมา ย่อมส่งผลต่อผู้ศรัทธาผู้ร่วมทำบุญกับท่าน ไได้ร่วมรับผลานิสงส์อนุโมทนาสาธุการเป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐ ทุกภพทุกชาติ
เมื่อปี พุทธศักราช 2529 หลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง ได้เดินธุดงค์ไปในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน และเขตอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เช่น ม้ง, กระเหรี่ยง, มูเซอ ฯลฯ สภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขา ชุมชนชาวเขาเผ่าต่าง ๆ มีอาชีพเกษตรกรรม โดยวิธีการทำไร่เลื่อนลอย ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งที่แน่นอน กระจัดกระจายอยู่ตามภูเขา มีรายได้จากการปลูกฝิ่น หาของป่า ชีวิตความเป็นอยู่แร้นแค้น ขาดความรู้ความเข้าใจด้านสุขอนามัย อาหารที่ใช้บริโภคเป็นยอดไม้ ยอดผัก เผือก และมัน ที่หาได้จากป่า เมื่อมีโอกาสจำนำสินค้ามาขายยังพื้นราบ นอกจากเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ที่จำเป็นแล้ว เขาเหล่านั้นจะซื้อหา เกลือซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารที่ทุกครัวเรือนต้องมี การคมนาคม เดินทางด้วยเท้า หรือม้า ชาวเขาเหล่านั้น นับถือผีเป็นพระเจ้า พิธีกรรมต่าง ๆ นั้นขึ้นอยู่กับผีตามความเชื่อ แม้แต่การรักษาการเจ็บป่วยต้องใช้วิธีบนบาน บอกกล่าวผี
ภาษาที่ใช้เป็นภาษาท้องถิ่นของเผ่านั้น ๆ บางครั้งต่างเผ่ากัน ยังสื่อสารโต้ตอบไม่เข้าใจกันเลย
ครั้นความเจริญจากพื้นราบรุกคืบสู่ดอยสูง เด็กสาวจากเผ่าต่าง ๆ คนแล้วคนเล่าจำต้องทิ้งถิ่นฐานเดินทางเข้าสู่เมือง เพื่อแลกกับความสะดวกสบาย ที่ครอบครัวของตนเองจะได้รับ เด็กสาวจำนวนมากเสียชีวิต ไม่มีโอกาสที่จะกลับบ้านเกิด ตั้งแต่วันที่ลงจากดอย
“อาตมาภาพเห็นแล้วรู้สึกสลดใจเป็นอย่างยิ่ง”
ปัญหาของชาวเขาเหล่านี้ เกิดจากการไม่รู้หนังสือ อ่าน เขียน และพูดภาษาไทยไม่รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่เป็นคนไทย มีทะเบียนบ้านมีใบเกิด มีบัตรประชาชน “ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ อาจเป็นปัญหาแก่บ้านเมืองได้” อาตมายังคงครุ่นคิด หาหนทางแก้ปัญหานี้มาตลอด
พ.ศ. 2530 อาตมาจึงสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นที่บ้านปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเขตติดต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชาวบ้านที่นี่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เริ่มแรกมีพระไปจำพรรษาจำนวน 3 รูป นอกจากจะปลูกฝังหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาแล้ว พระสงฆ์เหล่านั้นยังต้องฝึกสอนภาษาไทย ให้ชาวม้งอ่านออกและเขียนได้
“แม้ช่วงเวลาจำพรรษาจะสั้นนัก แต่ก็ต้องเริ่มทำ”
ด้วยความยากลำบากนี้เอง ครั้นพอออกพรรษา คงเหลือพระสงฆ์เพียงรูปเดียว ไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายที่คิดไว้ได้
“โครงการสร้างทรัพยากรมนุษย์ผู้ด้อยโอกาส” จึงเกิดขึ้นที่วัดทุ่งเหียง ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เบื้องต้น อาตมภาพประสงค์จะนำนักเรียนไม่เกิด 20 คนมาศึกษาในโรงเรียนระดับประถมศึกษาที่อยู่ใกล้ ๆ วัด ครั้นเรียนจบแล้วให้กลับไปสอนเด็กชาวเขาที่หมู่บ้านของตนเอง
สิ่งที่ทำให้อาตมามีกำลังใจที่จะทำโครงการนี้ต่อไป เกิดขึ้นเมื่อวันที่นำรถจากวัดทุ่งเหียง เดินทางไปรับเด็กชาวเขาที่จะมาเรียน ปรากฏว่ามีเด็กมารอที่จะเดินทาง 45 คน ซึ่งเกินจำนวนที่เราคัดเลือกไว้
จากวันนั้น มีชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ทยอยส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาในวัดทุ่งเหียงตามแนวทางที่วางไว้ กล่าวคือ เด็กผู้หญิงให้ศึกษาตามความสมัครใจจนจบชั้นสูงสุด เท่าที่เด็กจะเรียนได้ เด็กผู้ชายเมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะต้องบวชเป็นสามเณร และศึกษาต่อในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ระดับชั้น ม.1 ถึง ม.6 ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัด จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และสามารถเรียนต่อจนจบชั้นสูงสุด ได้ตามความต้องการ เพื่อให้เกิดภิกษุสงฆ์ที่มีความรู้สืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป โดยทั้งสองกรณี จะอยู่ในความอุปการะของวัดทุ่งเหียง
เยาวชนชาย-หญิงที่เข้ามาศึกษาอยู่ในวัดทุ่งเหียงมาจากหลายจังหวัด เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน เป็นต้น กิจกรรมของโครงการยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบัน


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://pooboon.igetweb.com






คาถาบูชาพ่อแก่ พระฤาษี 108 พระองค์ คาถาบูชาพ่อแก่ 
