วงการพระเครื่องไทย

วงการ “พระเครื่อง” ในเมืองไทยปัจจุบันพัฒนาก้าวไปไกล ไม่ได้จมปลักกับแผงขายพระเครื่องโทรม ๆ หรือสภากาแฟเก่า ๆ แต่ตอนนี้ วงการพระเครื่องในเมืองไทยขึ้นห้างสรรพสินค้าหรูเริ่ดเตลิดไปเรียบร้อยแล้ว แม้กระทั้งงานมหกรรมการประกวด การอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา และเหรียญคณาจารย์ คนที่สนใจพระเครื่องทั้งประเภท “เซียนใหญ่” ขาประจำ ขาจร จนกระทั่งถึง “มือใหม่หัดขับ” ก็ไปชุมนุมกันในวันประกวดพระเครื่อง บ้างก็ไปส่งพระเข้าประกวด บ้างก็ไปดูไปทัศนศึกษา บ้างก็ไปหาซื้อหาเช่าพระ
…..นี่แหละวงการพระเครื่องเมืองไทยที่ไม่ธรรมดา ธุรกิจบนนเส้นทางสายนี้ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยฟันธงว่าปี 2548 มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 20,000 ล้านบาท และธุรกิจเหล่านี้ยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะยังมีอัตราขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 10-20 ต่อปี ขอฉายย้อนหลังไปหน่อยเพื่อให้เห็นภาพโดยรวมว่า วงการนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียนคล่องตัวมากขึ้น โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพระเครื่องที่น่าสนใจได้แก่ -ธุรกิจการสร้างพระเครื่อง -ธุรกิจแผงพระหรือศูนย์พระเครื่องในประเทศและต่างประเทศ -ธุรกิจโฆษณา -ธุรกิจรับจำนำพระเครื่องหรือธนาคารพระเครื่อง คราวนี้ก็มาดูธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ กันบ้างก็ได้แก่ ธุรกิจทำกรอบพระ หรือ ตลับพระ ราคาจำหน่ายกรอบสำเร็จรูปสแตนเลสก็กรอบละ 50 - 200 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำกรอบและขนาดของพระเครื่อง ถ้าเป็นตลับเงิน ตลับทองก็แพงขึ้น ธุรกิจบริการ “อัดพระ” ประทานโทษ !!! อย่าเพิ่งตกอกตกใจคิดไกลไปป็นอื่น !!! บริการประเภทนี้คือ บริการ “อัดพลาสติกพระเครื่อง” แต่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า “ อัดพระ “ เคยมีร้านแถวสนามพระเครื่องท่าพระจันทร์ขึ้นป้ายว่า “ ที่นี่…รับอัดพระ “ เล่นเอาพระคุณเจ้าเห็นแล้วไม่ค่อยกล้าย่างกายไปแถวนั้น การอัดพลาสติกก็แล้วแต่ขนาด รูปแบบ ลวดลาย เฉลี่ยราคาประมาณองค์ละ 50 -150 บาท ธุรกิจหนังสือพระเครื่อง ในปัจจุบันมีประมาณ 40 ฉบับ โดยหนังสือพระเครื่องเหล่านี้จะมีโฆษณาต่างๆเกี่ยวกับพระเครื่อง หนังสือพระเครื่องแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ หนังสือพระที่จะมีการนำเสนอราคากลางหรือราคาตลาดของพระเครื่องแต่ละรุ่น ซึ่งนิยมเรียกกันในหมู่นักเลงพระว่า หั่งเช้งพระเครื่อง โดยยอดจำหน่ายหนังสือพระเครื่องประเภทนี้เพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ธุรกิจรับจำนำพระเครื่องเฟื่องฟู หนังสือพระอีกประเภทหนึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับวิชาการด้านพระเครื่อง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาทำหนังสือพระเครื่องเล่มพิเศษ พิมพ์สี่สี ปกแข็ง เสนอเรื่องเกี่ยวกับพระเครื่องยอดนิยม เช่น พระชุดเบญจภาคี พระเครื่องหลวงปู่ทวด พระเครื่องเจ้าคุณนรฯ พระเครื่องหลวงปู่โต๊ะ พระเครื่องสายจตุคามรามเทพ พระเครื่องชนะการประกวด ฯลฯ สนนราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน ธุรกิจรับถ่ายภาพพระเครื่อง เริ่มเฟื่องฟูในช่วงระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีผู้รับถ่ายภาพพระเครื่องกระจายอยู่ตามศูนย์พระเครื่องต่างๆทั่วประเทศ ค่าบริการขึ้นกับชื่อเสียงของช่างภาพและสถานที่เป็นหลัก (ราคาอยู่ในระหว่าง 40-50 บาทต่อภาพ) ภาพถ่ายพระเครื่องนั้นมีการนำไปใช้งานหลายด้านคือ ใช้ในการนำเสนอให้เช่า(ขาย)พระเครื่อง ใช้ประกอบการขอรับใบรับรองว่าพระเครื่ององค์นั้นแท้หรือไม่ ใช้ประกอบใบประกาศของงานประกวดพระเครื่อง-พระบูชา และแม้กระทั้งใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีในกรณีที่พระเครื่ององค์นั้นถูกโจรกรรม เนื่องจากพระเครื่อง-พระบูชาแต่ละองค์นั้นมักจะมีตำหนิที่แตกต่างกันพอที่ให้ผู้ชำนาญแยกแยะได้ ธุรกิจการจัดประกวดพระเครื่อง นับว่าเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าจับตามอง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาการจัดประกวดพระเครื่องนั้นมีการจัดเพียงเดือนละครั้ง แต่ในปัจจุบันมีการจัดกันแทบทุกอาทิตย์ และมีการพัฒนาโดยมีธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง จำนวนรายการพระเครื่องที่เข้าประกวดก็เพิ่มขึ้นเป็นหลักพัน ปัจจุบันการประกวดแต่ละครั้งมีพระเครื่องไม่น้อยกว่า 1,500 รายการ ดังเช่นล่าสุด งานประกวดพระเครื่องที่ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา กรุงเทพฯ รวมพระประเภทต่าง ๆ กว่าสองพันรายการ เก็บค่าส่งเข้าประกวดองค์ละ 400 บาทรวด รายรับ-รายจ่ายของธุรกิจการจัดประกวดพระเครื่องนั้นแยกออกได้เป็นดังนี้ ด้านรายรับมาจากค่าผ่านประตูปกติจะเก็บประมาณ 20 - 50บาทต่อคน ค่าแผงจรเก็บประมาณโต๊ะละ 150- 300 บาท ค่าส่งพระเข้าประกวดประมาณองค์ละ 200-500 บาท และเงินบริจาคซึ่งได้จากคณะกรรมการและแผงจร ส่วนด้านค่าใช้จ่ายนั้นแยกเป็นค่าเลี้ยงรับรองกรรมการซึ่งนิยมจัดก่อนวันงานประกวด 1 วัน ค่าเช่าสถานที่ ค่าอาหารเลี้ยงกรรมการและสื่อมวลชน ค่าถ่ายภาพพระเครื่องและใบประกาศ ค่าของรางวัล และค่าพิมพ์แผ่นพับเพื่อประชาสัมพันธ์งานประกวด ซึ่งคณะผู้จัดการประกวดพระเครื่องต้องมีการยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่ายส่งให้กับสมาคมผู้นิยมพระเครื่อง-พระบูชาไทยรับทราบ ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการและเพื่อประกอบการพิจารณาในการขออนุญาตจัดงานประกวดพระเครื่องครั้งต่อไป นอกจากนี้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวงการพระเครื่องและอยู่ควบคู่กับวงการพระเครื่องมานานแล้ว คือ อุปกรณ์การสะสม เช่น ตลับใส่พระ สร้อยคอ แหนบแขวนพระ กล่องใส่พระ รวมทั้งร้านทองรูปพรรณต่างๆที่รับเลี่ยมพระ และจำหน่ายกรอบพระ ตลอดจนร้านจำหน่ายเครื่องเงินที่รับทำกรอบพระและตลับใส่พระเครื่อง แม้แต่ช่างไม้ที่รับทำฐานรองพระบูชา ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ล้วนเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวงการพระเครื่อง และมีแนวโน้มเติบโตควบคู่กับไปธุรกิจพระเครื่องด้วยเช่นกัน สื่อที่ใช้ในการซื้อขายพระเครื่องในปัจจุบัน นอกจากสื่อประเภทสิ่งพิมพ์แล้ว สื่ออินเตอร์เน็ต กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สามารถเข้าไปซื้อขาย ประมูลราคากันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก ประเทศไหน ทวีปไหนก็ซื้อ ขายกันได้ด้วยอภิมหาเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มาถึงตอนนี้ก็คงพอมองเห็นภาพโดยรวมของธุรกิจวงการพระเครื่องแล้วนะครับว่า “มหึมา”ขนาดไหน ถ้ารักในการ “สะสม” หรือ “เริ่มสนใจ” ก็คงพอได้เนื้อหาสาระประดับความรู้กันบ้าง ก่อนจะออกสนามรบก็ต้องรู้เขารู้เราดังปราชญ์ท่านว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” แต่ใครไม่รู้ดันสอดขึ้นว่า “ ข้านี่แหละ ลูกผู้ชายตัวจริงสิงห์สังเวียน เคยเป็นนักมวยมาแล้ว ก่อนชก…ต้องรู้เขารู้เรา” แล้วไงล่ะพ่อคุณ ผลการชกเป็นไงบ้าง ลูกผู้ชายตัวจริงยืดอกตอบอย่างภาคภูมิว่า….. “ฝีมืออย่างข้า ชกสิบครั้ง แพ้น๊อคเพียงครั้งเดียว” โอ้โห…แล้วไงเล่าต่อซิ…. “……นอกนั้น แพ้น๊อครวด !!!!” จากเรื่องพระเครื่องมาจบที่เรื่องจริงของ “สิงห์สังเวียน” ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่า นอกจาก “รู้เขารู้เรา”แล้ว ยังต้องมี “ฝีมือ” บวกกับ “ดวง ” อีกด้วย